เผย ราเยวัช พอใจกับผลงานช้างศึกยังหวังพัฒนาทีมไม่สนสัญญา

มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย พอใจกับผลงานทีมคว้าแชมป์คิงส์คัพ ครั้งที่ 45 แต่ยังหวังที่จะพัฒนาทีมให้มีศักยภาพที่สูงขึ้นเพื่อสู้กับทีมชั้นนำในเอเชียให้ได้ โดยไม่ได้มองถึงเรื่องของสัญญาว่าการทำผลงานคว้าแชมป์คิงส์คัพ จะมีผลในการประเมิน แต่ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดต่อไป ซึ่งสุดท้ายแล้วให้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์เอง โดยเป้าหมายต่อไปหวังที่จะพัฒนาทีมให้แกร่งเพื่อเปิดบ้านรับมือทีมชาติอิรัก ในศึกฟุตบอลโลก รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชียนัดที่ 9 โดยหวังที่จะพาทีมชติไทยเก็บชัยชนะสร้างประวัติศาสตร์ให้ได้หลังจากเคยเกือบทำสำเร็จมาแล้ว ขณะเดียวกันทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ได้เดินสายไปขอบคุณทางบรรดาผู้สนับสนุนในการมีส่วนร่วมให้ทีมชาติไทยคว้าแชมมป์การแข่งขันคิงส์คัพอีกด้วย

ล่าสุดทาง มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย ก็ได้เผยถึงความพึงพอใจและผลงานของตัวเองในการแข่งทัพช้างศึกลงทำหน้าที่ในครั้งนี้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามเป้า แต่บอกไม่ได้ว่าถึงตอนนี้ตนเองพอใจการทำงานกับทีมชาติไทยกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะการมาทำงานกับทีมชาติไทย เนื่องจากต้องการพัฒนาให้ทีมมีความแข็งแกร่ง ทว่าส่วนตัวก็พอใจในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะเรื่องเกมรับ

“ทว่าอย่างไรผมก็พอใจในระดับหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของเกมรับที่ทุกคนทำได้ดีขึ้น จากการที่เราเคยเสียประตูโดยเฉพาะต้นหรือท้ายเกมนั้น เราก็สามารถที่จะแก้ไขให้ดีขึ้น โดยเฉพาะรายการนี้จะเห็นว่าเราสามารถรักษาสถิติคลีนชีตเอาไว้ได้ มันเป็นมิติใหม่ที่ดีสำหรับเราทุกคน ซึ่งผมและทีมงานตั้งใจที่จะทำให้มันดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างแน่นอน”

เมื่อถามถึงเรื่องของสัญญาในการคุมทัพ “ช้างศึก” ที่เซ็นเอาไว้เพียง 1 ปี เทียบกับผลงานที่ปรากฏอยู่ในเวลานี้ ทั้งหมด 4 เกม  แพ้ 1 (อุ่นเครื่อง แพ้อุซเบกิสถาน 0-2) เสมอ 1 (เสมอสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-1 ฟุบอลโลก 12 ทีม รอบคัดเลือกโซนเอเชีย) และชนะ 2 นัด (ชนะเกาหลีเหนือ 3-0, ชนะจุดโทษเบลารุส 5-4 ศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 45) ทาง มิโลวาน ราเยวัช กุนซือ “ช้างศึก” กล่าวว่า “ผมยงไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้น เป้าหมายการมาทำงานกับทีมชาติไทยคือการพัฒนาให้ทีมชาติไทยสามารถสู้กับทีมในระดับที่สูงกว่าให้สามารถก้าวขึ้นไปอยู่ในกลุ่มหัวแถวระดับเอเชีย ผมจึงไม่ได้มองในเรื่องของสัญญา ผมพยายามทำงานหนักร่วมกับทีมงานทุกวัน เพื่อให้ทีมพัฒนาและดีขึ้น แก้ไขจุดที่ยังบกพร่องอยู่ให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลยยิ่งดี หน้าที่ของผมและทีมงานคือทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ซึ่งผมก็พอใจกับสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ และจะทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป สุดท้ายแล้วมันก็จะอยู่ที่ผู้ใหญ่และสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่จะมองเห็นเองเมื่อถึงเวลานั้นว่าจะตัดสินใจเช่นไร”

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *